2007/Jan/13

13 มกราคม 2550

19.16 น.

หัวข้อ * * *

รายงานแนวแนว

แพะน้อย

ที่เขียนขึ้นมานี่ก็ไม่ใช่อะไรหรอกนะ

เพียงแต่ว่าถึงเพื่อนๆที่ทำรายงาน มาเอาข้อมูลที่นี่ได้ เต็มใจให้ คริๆ....

เอาล่ะ ลากไปเลยล่ะนะ

แพะ ( GOAT )

แพะเป็นสัตว์เลี้ยงชนิดแรกๆ ของมนุษย์เช่นเดียวกับแกะ จากหลักฐานทางโบราณคดีพบว่ามีการเลี้ยงแพะในแถบเอเซียตะวันตก เช่น เจอริโค (Jericho) โคจา (Choga) มามิ (Mami) เดอิตัน (Djeitun) และคาโยนู (Cayonu) ประมาณกันว่ามนุษย์มีการเลี้ยงแพะในช่วงระหว่าง ๖,๐๐๐ ถึง ๗,๐๐๐ ปีก่อนคริสศักราช อย่างไรก็ตาม ยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัดเหมือนกับแกะว่าแพะมีบรรพบุรุษมาจากอะไรกันแน่ แต่แพะสมัยใหม่ (modern goats) ส่วนใหญ่สืบสายมาจากแพะบีซอร์ (Bezoar goat) ซึ่งอาศัยอยู่ในแถบเทือกเขาเอเซียน้อย ( mountains of Asia Minor) ข้ามไปยังเอเซียกลางไปจนถึงซิน (Sind)

แพะต่างจากแกะตรงที่สามารถกลับไปเป็นสัตว์ป่าได้อีก ถ้านำมาเลี้ยงแล้วปล่อยกลับเข้าป่า เรียกว่า feral goat ในความเป็นจริงแล้วสัตว์ที่นำมาเลี้ยงแล้ว จะสามารถกลับไปเป็นสัตว์ป่าได้อีกอย่างรวดเร็วมีเพียงชนิดเดียวคือ แมวเลี้ยง (domestic cat) อย่างไรก็ตามปัจจุบันพบว่ามีแพะที่ได้ถูกพัฒนาขึ้นมาเป็นแพะเลี้ยงหลายสายพันธุ์

ทำไมต้องเลี้ยงแพะ

เพราะแพะเป็นสัตว์ที่มีข้อดีหลายอย่าง ดังนี้ :

1. อายุเป็นหนุ่มสาวและตั้งท้องสั้น จึงขยายพันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว แพะเป็นสัตว์ที่มีความสมบูรณ์พันธ์สูง สามารถผสมพันธ์ได้ตั้งแต่อายุ 7-8 เดือน และมักจะให้ลูกแฝดเสมอ ระยะเวลาตั้งท้องสั้นเพียงประมาณ 150 วัน ดังนั้นแพะจึงสามารถขยายจำนวนเป็นสองเท่าได้ภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว

2. แพะเป็นสัตว์เคี้ยวเอื้องขนาดเล็กสามารถกินพืชทั่วไปเป็นอาหารได้ จึงเลี้ยงง่าย จากคุณลักษณะดังกล่าวทำให้สามารถใช้เศษวัตถุดิบทางการเกษตรเทียบทุกชนิดเป็นอาหารของแพะได้อีกทางหนึ่ง นอกจากนี้แพะยังสามารถกินพืชบางชนิดที่โค กระบือ หรือสัตว์เคี้ยวเอื้องชนิดอื่นไม่สามารกินเป็นอาหารได้ ทำให้ต้นทุนในการผลิตแพะต่ำเมื่อเปรียบเทียบกับสัตว์เคี้ยวเอื้องชนิดอื่น

3. แพะต้องการพื้นที่ในการเลี้ยงน้อยกว่า เนื่องจากแพะมีขนาดเล็กและสามารถกินอาหารได้หลายชนิดจากคุณลักษณ์ดังกล่าวทำให้สามารถเลือกวิธีในการเลี้ยงได้ตามความเหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นการเลี้ยงแบบ ผูกล่าม เลี้ยงแบบปล่อย เลี้ยงแบบขังคอก หรือแบบผสมผสานทั้งสามแบบข้างต้นก็ได ้ นอกจากแพะยังใช้เวลาในการกินอาหารน้อยเพียง 2-3 ชั่วโมงแพะก็สามารถกินอาหารได้อิ่มแล้ว ทำให้ประหยัดทั้งพื้นที่ในการเลี้ยงและเวลา

4. แพะเป็นสัตว์ที่มีความทนทานต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมได้ดี แพะมีกลไกการปรับตัวที่เยี่ยมยอด ทำให้สามารถปรับตัวให้เข้ากับสภาพถูมิอากาศที่แปรปวนได้ง่าย โดยเฉพาะสภาพอากาศที่มีแสงแดดร้อน แพะต้องการน้ำน้อย จึงเหมาะที่จะเลี้ยงได้บนพื้นที่โดยทั่วไป

5. แพะสามารถให้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นประโยชน์แก่มนุษย์และผู้เลี้ยงหลายอย่าง ดังนี้ :
1. ผลิตเนื้อแพะ ใช้เป็นอาหารที่ให้โปรตีน มีไขมันต่ำ ซึ่งให้รสชาดอร่อยเป็นที่นิยมของคนทั่วไป
2. ผลิตภัณฑ์น้ำนมแพะ มีคุณสมบัติทั่วไปคล้ายกับน้ำนมโค แต่มีสัดส่วนของไขมันเม็ดเล็กมากว่า ทำให้ร่างกายสามารถย่อยสลายนำไปใช้ประโยชน์ได้มากกว่า

3. ผลิตภัณฑ์เส้นใยขนแพะ เป็นเส้นใยที่มีคุณภาพสูง เป็นที่ต้องการของโรงงานโดยเฉพาะเส้นใยที่เรียกว่า โมแฮร์ ที่ได้จากแพะพันธุ์แองโกรา และขนแคชเมียร์ ที่ได้จากแพะพันธุ์แคชเมียรี
4. ผลิตภัณฑ์หนังแพะ ใช้ทำเครื่องหนังคุณภาพดีมาก โดยเฉพาะหนังจากลูกแพะ
5. แพะมีขนาดเล็ก เป็นมิตรและไม่ดุร้ายเหมือนสัตว์เคี้ยวเอื้องชนิดอื่น
6. แพะมีการปรับตัวที่ดีทำให้ทนทานต่อโรคภัย แม้เวลาเจ็บป่วยก็มีความอดทนสูง

จากคุณลักษณะดังกล่าวทำให้ไม่จำเป็นต้องมีแรงงานคนที่ตัวใหญ่แข็งแรงคอยดูแลแพะ แรงงานเด็กและสตรีก็สามารถดูแลฝูงแพะได้ หรืออาจจะฝึกสุนัขให้ช่วยดูแลต้อนฝูงแพะได้อีกด้วย และจากการที่แพะมีขนาดเล็กน้ำหนักไม่มากทำให้การเคลื่อนย้ายหรือดูแลเวลาเจ็บป่วยทำได้ง่าย หรือค่าใช่จ่ายในการขนย้ายจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่งเมื่อจำเป็นก็ต่ำไปด้วย


จากกลไกการปรับตัวอันเยี่ยมยอดให้เข้ากับสภาพภูมิอากาศได้ทุกสภาวะ ทำให้แพะไม่ค่อยมีโรคภัยหรือเจ็บป่วยเหมือนสัตว์ชนิดอื่น ดังนั้นแพะจึงไม่ต้องการการดูแลอะไรพิเศษเกี่ยวกับโรคภัย แม้แพะที่มีอายุน้อยๆ ก็สามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว เมื่อลูกแพะเกิดมาแล้วอัตราการรอดก็สูงด้วย

เป้าหมายการเลี้ยงแพะ

การเลี้ยงแพะและแกะในประเทศไทยส่วนใหญ่ยังเลี้ยงปล่อยให้หากินเองตามธรรมชาติ ลักษณะการเลี้ยงไม่มีการใช้หลักวิชาการ เพราะมักจะเข้าใจว่า แพะแกะสามารถหากินได้เก่ง มีความทนทานต่อสภาพแวดล้อมที่ทุรกันดารได้ดี โดยเฉพาะแพะ ถึงกับมีคำกล่าวว่า แพะเป็นสัตว์ล้างโลก กินทุกอย่างที่ขวางหน้า หรือเปรียบแพะเป็นเทศบาลเก็บขยะข้างถนน เนื่องจากเห็นแพะเที่ยวหากินเศษพืชผัก เปลือกผลไม้ กระดาษหรือแม้ถุงพลาสติกที่ทิ้งอยู่ในตลาดสด ซึ่งความจริงแล้ว แพะเป็นสัตว์ที่ช่างเลือกกิน ถ้ามีพืชอาหารให้เลือก มันจะเลือกกินส่วนใบและยอดอ่อน แต่จะไม่กินส่วนก้านหรือลำต้น หากผู้เลี้ยงไม่เอาใจใส่ปรับปรุงการเลี้ยงให้ถูกต้องนั้น ผลตอบแทนจากแพะจะน้อยลงเป็นเงาตามตัว เช่นสุขภาพทั่วไปไม่สมบูรณ์ ให้ลูกตัวเดียวแทนที่จะเกิดลูกแฝด อัตราการตามของลูกระยะก่อนหย่านมสูง เป็นต้น

ดังนั้น ข้อเขียนนี้ตั้งใจทำให้อ่านง่าย เพื่อต้องการให้ท่านได้เข้าใจการเลี้ยงแพะและแกะอย่างถูกต้อง สามารถนำไปเป็นแนวทางได้อย่างเหมาะสมต่อไป

ข้อดีในการเลี้ยงแพะ :

ให้ผลผลิตและผลตอบแทนเร็วกว่าการเลี้ยงโค
หากินเก่ง กินพืชใบไม้ได้หลายชนิด
ทนทานต่อทุกสภาพภูมิอากาศ
ขนาดตัวเล็ก ใช้พื้นที่น้อย เลี้ยงดูง่าย
ให้ผลผลิตเนื้อ นม หนังและขน

เลี้ยงแพะเพื่อเพิ่มจำนวนลูกหย่านมต่อปีให้สูงขึ้น สามารถทำได้โดย :

ลดช่วงห่างการให้ลูกลงจาก 10-12 เดือน เป็น 7-8 เดือน ดูแลจัดการเรื่องการผสมพันธุ์ ให้พ่อแม่พันธุ์มีความสมบูรณ์
เพิ่มจำนวนลูกต่อครอกให้สูงขึ้น คัดเลือกลูกแพะแกะที่เกิดจากลูกแฝดมาเลี้ยง ดูแลการให้อาหารพิเศษแก่แม่พันธุ์ 2 อาทิตย์ก่อนผสมพันธุ์
ลดอัตราการตายของลูกแพะแกะ คือพยามยามไม่ให้ลูกตาย

พันธุ์แพะที่กรมปศุสัตว์ส่งเสริม

พันธุ์แพะ

1. แพะพันธุ์แองโกลนูเบียน : กรมปศุสัตว์ นำเข้ามาเลี้ยงขยายพันธุ์กว่า 20 ปีแล้ว เพื่อปรับปรุง พันธุ์แพะพื้นเมืองให้มีขนาดใหญ่ขึ้น เป็นแพะที่ให้ทั้งเนื้อและนม มีหลายสี ทั้งสีเดียวในตัว หรือมีสีด่างปน สันจมูกมีลักษณะเป็นเส้นโค้ง ใบหูยาวปรกลง น้ำหนักแรกเกิด 2.5 กก.หย่านม (3 เดือน) 15 กก. โตเต็มที่ตัวผู้หนัก 60-70 กก. ตัวเมียหนัก 50-60 กก.

2. แพะพันธุ์บอร์ : กรมปศุสัตว์ นำเข้ามาจากประเทศแอฟริกาใต้ เมื่อปลายปีพ.ศ. 2539 เป็นแพะเนื้อขนาดใหญ่ ลักษณะเด่นคือมี ลำตัวสีขาว หัวและคอจะมีสีแดง ใบหูยาวปรก มีน้ำหนักแรกเกิด 4 กก. น้ำหนักหย่านม 20 กก. โตเต็มที่ตัวผู้หนัก 90 กก. ตัวเมีย 65 กก.

เริ่มเลี้ยงแพะ

เลี้ยงแพะดีกว่าเลี้ยงวัวอย่างไร

"วัวกินหญ้าอย่างเดียว แต่แพะกินทุกอย่าง ไม่เลือกอาหาร กินได้หลากหลายชนิด และแพะก็กินน้อยกว่าวัว ฤดูแล้งหญ้าหายาก วัวจะอดโซแต่แพะกลับสมบูรณ์มาก แพะยังมีใบไม้ให้กิน แม้แต่ใบไม้แห้งที่ร่วงหล่นลงมากลางดินแพะก็กินได้ ต้นไม้ที่ไม่มีใบแพะยังฉีกเปลือกกินเป็นอาหารได้อย่างกวาง หน้าแล้งแพะจึงไม่มีปัญหาเรื่องอาหาร ทั้งแพะเป็นสัตว์ชอบหน้าร้อน ร่างกายจะอ้วนพีสมบูรณ์และเดือนห้าคือฤดูผสมพันธุ์ของแพะ ส่วนวัวผอมโทรม ยิ่งเป็นวัวพันธุ์ต่างประเทศไม่ชอบแดด ไม่ชอบอากาศร้อน หน้าร้อนมันต้องนอนปลักเหมือนควาย อีกอย่างหนึ่งเห็นว่า การเลี้ยงวัว หากมองในแง่เศรษฐศาสตร์แล้วไม่คุ้ม เลี้ยงแม่แพะ 1 ตัว ยังดีกว่าเลี้ยงแม่วัว 1 ตัว เพราะเร็วกว่า รอบเร็วกว่า เมื่อลงทุนด้วยเงินเท่ากัน เช่น มีเงินอยู่ 16,000 บาท ซื้อแม่วัวได้ 1 ตัว แต่หากนำไปซื้อแม่แพะก็จะได้แม่แพะถึง 5 ตัว ภายใน 1 ปี แม่แพะจะออกลูกตัวละ 2 ครอก ก็จะได้ลูกแพะ 20 ตัว หากขายลูกแพะอายุ 3-4 เดือน ก็จะได้เงินมากกว่าวัวหลายเท่าตัว"

เริ่มเลี้ยงแพะอย่างจริงจัง

"ปี พ.ศ. 2545 เข้าใจวงจรของแพะ ชีวิตแพะ เข้าใจตลาดแพะ รู้ว่าตลาดไหนต้องการแพะแบบไหน จึงเริ่มเลี้ยงแพะอย่างจริงจัง ในที่สุดพบว่า แพะพันธุ์พื้นเมืองโตช้า เหนื่อยเท่ากัน แต่ได้เงินน้อยกว่าพันธุ์ต่างประเทศ ส่วนเรื่องโรคนั้นมีเหมือนกันทุกพันธุ์ ก็เลยขายพันธุ์พื้นเมืองทิ้ง หันไปเสาะหาพันธุ์ต่างประเทศมาปรับปรุงพันธุ์ จับพ่อแพะพันธุ์บอร์ผสมกับแม่แพะพันธุ์แองโกรนูเบียน ได้ลูกผสมแองโกรบอร์ จับพ่อแพะพันธุ์บอร์ผสมกับแม่แพะพันธุ์ซาแนน ได้ลูกผสมซาแนนบอร์ ได้ลูกทั้งหมดประมาณ 200 ตัว มีคนมาขอซื้อ ตนขายลูกแพะอายุ 3 เดือนครึ่งถึง 4 เดือน โดยขายพันธุ์แองโกรบอร์ ตัวละ 4,500-5,000 บาท ขายพันธุ์ซาแนนบอร์ ตัวละ 5,000-6,000 บาท ทั้งนี้ แล้วแต่ความสวยของแต่ละตัว ตอนนี้แพะเหลืออยู่ในฟาร์ม 60 ตัว มีคนมาขอซื้อเหมายกคอกในราคาที่น่าพอใจ แต่ตนคิดว่าทยอยขายลูกแพะดีกว่า ลูกแพะจะไม่เก็บไว้เลี้ยงเพราะแพะจะผสมกันเอง จะลงเหล่าได้ง่าย กันลูกแพะผสมกับแม่แพะยาก เพราะลูกแพะอายุไม่ถึง 1 เดือน ก็ปีนท้ายแม่มันแล้ว แพะผสมพันธุ์กันได้ตลอดปี ตอนนี้คิดผสมรุ่นใหม่ โดยใช้ซาแนนสีดำเป็นพ่อพันธุ์ซึ่งคิดว่าดีที่สุด เพราะปกติพันธุ์ซาแนนมีสีขาวหรือสีครีม การผสมพันธุ์ของซาแนนจะได้สีดำน้อยมาก ใน 20 ตัว จะได้ซาแนนสีดำ 1 ตัว และหากซาแนนสีดำตัวนั้นเป็นเพศเมีย ก็จะให้น้ำนมสูงมาก ถ้าเป็นเพศผู้ก็จะเป็นพ่อพันธุ์ที่เยี่ยมมาก คือมีนิสัยแบบแพะฝรั่ง คุ้นกับคนง่าย กินอาหารแพะ กินกากปาล์ม ชอบกินหญ้า ไม่ชอบกินพืช"

"แพะ" ในมุมมอง

แพะเป็นสัตว์เคี้ยวเอื้องอย่างกวาง ให้ลูกปีละ 2 ครอก ครอกละ 1-2 ตัว นิสัยซุกซน ปรับสภาพได้เร็ว ชอบอากาศร้อน ไม่กลัวแดด สามารถอยู่ในที่โล่งได้ทั้งวัน ยิ่งแดดดีๆ มีลมพัดแพะชอบมาก เขาจะอารมณ์ดี สนุกสนานร่าเริง แพะจะสวยในหน้าร้อน เพราะอากาศไม่ชื้น แพะเป็นสัตว์รักความสะอาด ไม่ยอมเดินในที่เลอะเทอะ แพะบางตัวยอมอดอาหารเพราะไม่ยอมเหยียบย่างในที่ที่สกปรก

โรงเรือนแพะ

โรงเรือนแพะ "โรงเรือนอย่างไรก็ได้ วัสดุอะไรก็ได้ แต่ต้องกันลม กันแดด กันฝน หลักการคือโปร่ง อากาศถ่ายเทได้สะดวก พื้นคอกอย่าให้ชื้น โรงเรือนสูงมากไม่ดีเพราะลมโกรก ให้สูงพอประมาณ ลมถ่ายเทดีขี้เยี่ยวไม่ชื้น กวาดมูลได้ง่าย เพราะต้องกวาดมูลสัปดาห์ละ 1 ครั้ง แล้วใช้ปูนขาวโรยพื้นจะได้ไม่มีกลิ่น ตอนกลางวันหากมีลมพัดลมโกรกในคอกยิ่งดี แต่ตอนกลางคืนต้องกันลมเพราะความชื้นมากทำให้ปอดบวม คนเลี้ยงแพะโดยมากพบว่า แพะของตนตาย เพราะสาเหตุความชื้นสูงในตอนกลางคืน" โรงเรือนของฟาร์มที่นี่มีพื้นสูงจากพื้นดิน 1.80 เมตร กว้าง 5 เมตร ยาว 16 เมตร จากพื้นคอกถึงหลังคาสูง 1.20-2 เมตร คุณพรรณเลิศกล่าวเสริมว่า "โรงเรือนขนาดนี้เหมาะสำหรับแพะ 50 ตัว หากแพะอยู่กันแน่น แออัด มันจะเครียด ชนกัน แพะตัวเมียจะแท้งลูก แพะอาจถูกทำร้าย เชื้อโรคติดต่อได้ง่าย"

การเลี้ยงแพะต้องล้อมรั้ว

"สาเหตุที่ต้องล้อมคอกแพะก็เพราะ แพะเป็นสัตว์ที่เดินไปเรื่อย กินไปเรื่อย กินจุบกินจิบ กินเล่น กินไม่จริงจัง กินไปด้วยเล่นไปด้วย แพะอาจไปกวนเพื่อนบ้าน"

ฟาร์มแพะที่นี่ปลูกหญ้ารูซี่ 10 ไร่ ด้วยเหตุผลว่า แพะชอบหญ้ารูซี่มาก รอบๆ แปลงหญ้าทำรั้วสูง 1.20 เมตร กั้นด้วยอวนและลวดหนาม "ที่ต้องขึงลวดหนามเพราะป้องกันมิให้แพะเอาตัวสีกับรั้ว การขึงลวดหนามขึงเป็น 3 ชั้น ชั้นล่างสุดต้องขึงให้ติดดินเพราะนิสัยแพะจะมุดเหมือนหมู ไม่ควรทำรั้วด้วยลวดหนามเพียงอย่างเดียว เพราะแพะป็นสัตว์ไม่กลัวเจ็บ ความซุกซนทำให้มันบาดเจ็บ ลวดหนามจะเกี่ยวหู เกี่ยวคอ เกี่ยวนม ฯลฯ จึงใช้อวนกั้นด้วย อย่าใช้อวนตาข่าย เพราะลูกแพะซุกซน จะเอาหัวดันอวน และจะติดอวนเหมือนปลา ครึ่งวันลูกแพะก็ตาย เพราะดิ้นจนหมดแรงและขาดอากาศหายใจ การใช้รั้วไฟฟ้าไม่ดี เพราะรั้วไฟฟ้ากันแพะออกนอกรั้วไม่ได้ ยิ่งหากหญ้าหมดแพะก็ออกนอกรั้ว และอาจไม่กลับเข้ามาในรั้วอีกเพราะกลัวไฟฟ้าชอร์ต"

การปล่อยแพะลงแปลงหญ้า

"การปล่อยแพะลงแปลงหญ้าต้องปล่อยในช่วงบ่าย หากหญ้าดีก็ปล่อยสัก 4 โมงเย็น แพะกินหญ้าชั่วโมงเดียวก็ขึ้นคอก หญ้าไม่ดี มีน้อย แพะกินครึ่งวันไม่อิ่มก็ไม่ยอมขึ้นคอก หากน้ำค้างยังไม่แห้ง จะไม่ปล่อยแพะลงแปลงหญ้า เพราะใบหญ้ามีพยาธิ เมื่อถูกแดดพยาธิมันก็จะหลบลงดิน พยาธิวางไข่บนใบหญ้า ไข่พยาธิถูกแดดไข่ก็เสีย ที่แพะเป็นพยาธิก็เพราะแพะกินหญ้าที่น้ำค้างยังไม่แห้ง เลยกินพยาธิ ไข่พยาธิไปด้วย คนอิสลามถือว่า "แพะกินหญ้ามีน้ำค้าง ทำให้แพะท้องอืดตาย" ซึ่งก็เป็นไปได้เพราะหญ้าที่มีน้ำมากทำให้ท้องขึ้น ที่นี่นอกจากปล่อยแพะกินหญ้าในแปลงแล้ว ยังให้กากปาล์มเป็นอาหารเสริมทุกวัน แพะกินกากปาล์มจะอ้วนเร็ว กากปาล์มให้กินวันต่อวัน หากเหลือในรางก็โกยทิ้ง เพราะกากปาล์มที่เหลือจะขึ้นรา ส่วนหญ้าแห้งเหมาะสำหรับรองนอน โดยเฉพาะรองแม่แพะออกลูกดีที่สุดเพราะอุ่น แต่ต้องเปลี่ยนหญ้าแห้งทุกๆ 6 วัน ไม่เช่นนั้นจะเกิดก๊าซ เชื้อรา หญ้าแห้งก็ยังเป็นอาหารให้แพะกินเล่นๆ ก่อนปล่อยลงแปลงหญ้า จะช่วยป้องกันท้องขึ้น"

การดูแลรักษาแพะ

"ช่วงเช้าปล่อยให้แพะนอนให้สบาย เราควรตรวจดูสภาพแพะในคอกทุกเช้า สำรวจดูว่า มีแพะตัวใดเจ็บป่วยหรือไม่ บ่ายก็ปล่อยลงแปลงหญ้า เมื่อมันอิ่ม มันก็จะกลับขึ้นคอกเคี้ยวเอื้อง กลางคืนถ้ามีเสียงร้อง แสดงว่ามันกำลังมีปัญหาให้รีบไปดู มันอาจจะบาดเจ็บ ตกร่องหรือหล่นจากคอก เป็นต้น ตอนกลางคืนควรเปิดไฟในคอกและควรปิดไฟประมาณ 3 ทุ่ม ไม่ควรเปิดทั้งคืนเพราะมันจะไม่ยอมนอน จะกินจะเล่นกันตลอดคืน สิ่งที่ควรทำสม่ำเสมอคือ ถ่ายพยาธิ 2-3 เดือน ต่อครั้ง ตัดเล็บให้แพะบ้างเมื่อเล็บมันยาว" คุณพรรณเลิศตบท้ายว่า "กลางคืนเปิดเพลงให้แพะฟังก่อนนอนมันก็จะไม่ซุกซน"

การผสมพันธุ์แพะ

แพะตัวผู้ 1 ตัว สามารถคุมตัวเมียได้ถึง 30 ตัว ข้อสำคัญต้องเปลี่ยนพันธุ์เสมอๆ อย่าให้สายเลือดชิดกัน และไม่ควรใช้พ่อพันธุ์ตัวใหญ่ผสมพันธุ์กับแม่พันธุ์ตัวเล็ก เพราะจะเกิดลูกยาก แม้นว่าหลังคลอดลูกจะรอดชีวิต แม่แพะก็มีน้ำนมไม่พอเลี้ยงลูก

การทำคลอด

"คนเลี้ยงแพะต้องเป็นหมอตำแยได้ การคลอดต้องคลอดในห้องที่สะอาด ต้องช่วยดึงลูกแพะออกมา การดึงต้องดึงตามจังหวะลมเบ่งของแม่ นำลูกแพะที่คลอดไปผึ่งแดดสัก 15 นาที ให้ตัวแห้ง จะแข็งแรงเร็ว แพะที่เกิดตอนกลางวันจะแข็งแรงกว่าแพะที่เกิดในตอนกลางคืน ลูกแพะบางตัวที่เกิดก่อนกำหนด อาการร่อแร่ ให้จับใส่ลังไม้ ใช้ไฟกก 5-6 ชั่วโมง แล้วปิดไฟ 1 ชั่วโมง หลังจากนั้น เปิดไฟกกต่อ 5-6 ชั่วโมง ลูกแพะจะแข็งแรง แม่แพะบางตัวไม่ยอมให้นมลูกที่เพิ่งคลอด ต้องรีดนมจากแม่แพะตัวอื่นใส่ขวดให้ลูกแพะกิน ไม่เช่นนั้นภายใน 3-4 ชั่วโมง ลูกแพะก็จะตาย สิ่งที่ต้องระมัดระวังหลังทำคลอดคือ หากยังไม่ได้ล้างมือให้สะอาด ห้ามจับลูกแพะตัวอื่นๆ เพราะแม่แพะอาจไม่เอาลูกแพะที่ผิดกลิ่นด้วยคิดว่าไม่ใช่ลูกของตน ลูกแพะบางตัวถูกทอดทิ้ง แม่ไม่เลี้ยงอาจแก้ปัญหาได้โดยรองน้ำคร่ำจากแม่ตัวใหม่คลุกตามตัวลูกแพะ แม่ใหม่อาจเลี้ยงลูกแพะตัวนั้นด้วย

การเลี้ยงลูกแพะหลังคลอดควรปล่อยตามธรรมชาติ ให้ธรรมชาติสอน ลูกแพะสามารถปรับตัวเข้าฝูงได้เร็วขึ้น จากนั้นเมื่ออายุประมาณ 2-3 เดือนครึ่ง ลูกแพะจะหย่านม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสุขภาพของลูกแพะและนิสัยของแม่แพะด้วย สำหรับแม่แพะหลังคลอด หากต้องการให้มดลูกลงรูปเร็วให้ใช้สารส้มใส่ในช่องคลอดแล้วเอาออก จะช่วยให้แม่แพะฟื้นตัวเร็วขึ้น โดยเฉพาะแม่แพะบางตัวให้นมถึงหลาน แถมแจกนมลูกเพื่อนด้วย อย่างไรก็ตาม แม่แพะที่สามารถหย่านมเร็วก็จะฟื้นตัวเองได้เร็วเช่นกัน"


โรคของแพะ

แนะนำวิธีสังเกตอาการแพะป่วยว่า

1. มีอาการซึม บางตัวกินหญ้า บางตัวไม่กินหญ้า
2. ให้จับหูแพะดู หากหูเย็นแสดงว่าป่วย ถ้ามีอาการเริ่มแรกให้ใช้ยาเขียวใหญ่
3. มีน้ำมูก
4. หากมีน้ำมูกและน้ำลาย แสดงว่าปอดบวม

โรคต่างๆ และวิธีการรักษาดังนี้

1. โรคตาฟาง มีอาการตาดำเป็นฝ้า มีหนองซึ่งเกิดจากพยาธิ ให้กินยาถ่ายพยาธิและหยอดออกซี่
2. โรคหวัด เกิดจากอากาศเปลี่ยนแปลง ถูกละอองฝน มีอาการซึม ไม่กินหญ้า มีขี้ตา มีน้ำมูกไหล ให้ฉีดยาแก้หวัดโซดาเพ็น
3. โรคท้องเสีย เกิดจากพยาธิ ใช้ใบกระท่อมกับกระทิงแดง หรือใช้เปลือกมะม่วงหิมพานต์ต้มกับน้ำปูนใส หากเป็นหลายวันให้ฉีดยาถ่ายพยาธิ
4. โรคขาอ่อน อาการคือ เดินไม่ตรงทาง เดินเหมือนปู ให้ใช้แคลเซียมน้ำฉีดทุกวัน ฉีดประมาณ 1 เดือน
5. หนอนที่ฟัน อาการคือ ปากบวม เวลากินไม่มีความสุข มีแมลงวันตอม ให้ใช้เนกาซันฆ่าหนอนในฟันครึ่งชั่วโมงแล้วเขี่ยออก ใช้ยาแสงหมึกเทใส่แผล
6. กีบเน่า ล้างแผลให้สะอาด ใช้เนกาซันหยอดหรือใช้ยาแสงหมึกใส่
7. เท้าเปื่อย ให้ฉีดวัคซีน
8. หูขี้เรื้อน ให้ฉีดไอโอแม็ค-เอฟ ห้ามใช้กับแพะที่กำลังตั้งท้อง แพะที่กำลังตั้งท้องให้ใช้กำมะถันผสมกับน้ำมันพืชทา
9. เห็บ ให้ใช้ยาเห็บวัว หรือทาด้วยกำมะถันผสมน้ำมันพืช หรือฉีดไอโอแม็ค-เอฟ

ที่สำคัญคือ ต้องมีโรงพยาบาลแพะ คือต้องแยกแพะป่วยออกจากฝูงและดูแลอย่างใกล้ชิด


ตลาดแพะ

ตลาดแพะ มี 3 ตลาด คือ ตลาดเนื้อ ตลาดนม และตลาดพันธุ์ แพะตัวเมียของที่นี่ไม่เคยขายเป็นแพะเนื้อ เพราะมีคนมาแบ่งไปทำพันธุ์ตลอดเวลา ส่วนตัวผู้มีทั้งที่ขอแบ่งไปทำพ่อพันธุ์และนำเข้าตลาดเนื้อ แล้วแต่ความสวยของแพะ ตลาดแพะนั้นกว้างมาก ปัจจุบันไม่เพียงพอกับความต้องการของตลาด แค่จังหวัดกระบี่จังหวัดเดียว มีแพะ 1,000 ตัว เอาหมดทั้ง 1,000 ตัว ตราบใดที่มีฝรั่ง จีน แขก มาเที่ยวเมืองไทย ตราบนั้น ตลาดแพะทำไม่ทัน คนไทยกินแพะไม่ค่อยเป็น โดยมากมักคั่วกลิ้ง แต่จะให้สุดยอดต้องแพะแดดเดียว เนื้อนุ่มอร่อยกว่าเนื้อวัว ส่วนชาวมุสลิมใช้เนื้อแพะประกอบอาหารหลายอย่าง เช่น แกงมัสมั่น แกงกะหรี่ แกะแพะ ต้มแพะ ซุปแพะ ข้าวหมกแพะ เป็นต้น พอๆ กับตำรับอาหารจีน เช่น ตุ๋นยาจีน แพะน้ำแดง แพะทอดกระเทียมพริกไทย ฯลฯ และที่เป็นอาหารฝรั่ง เช่น บาร์บีคิว สะเต๊ะ ซุป ฯลฯ โรงแรมต่างๆ มักเลือกเนื้อแพะประกอบอาหารเพราะถือว่า เนื้อแพะเป็นเนื้อมาตรฐานสากล คือ กินได้ทุกชาติ ไม่ว่าจะเป็นญี่ปุ่น จีน ฝรั่ง หรือแขก

ราคาแพะเป็นราคาที่ผู้ขายเป็นผู้กำหนด เป็นราคาที่ไม่ตก นั่นคือ หากราคาขึ้นแล้วไม่ตก ราคาขึ้นแล้วขึ้นเลย ไม่ขึ้นๆ ลงๆ เหมือนราคาหมู ราคาไก่ ตลาดต้องการแพะพันธุ์ ไม่ต้องการแพะบ้าน เพราะมีเนื้อน้อย ยิ่งตอนนี้ตลาดเป็นของผู้ผลิต ผลิตไม่ทันขาย ให้คนเลี้ยงแพะคิดว่า "ทำอย่างไร ให้มีแพะขาย"

ของฝากสำหรับคนที่คิดจะเลี้ยงแพะ

"อย่าเลี้ยงแพะตามแฟชั่น อย่าเลี้ยงเอาเงิน อย่าเลี้ยงเพราะเพื่อนบอกให้เลี้ยง ไม่รักแพะ ไม่รู้จักแพะ อย่าเลี้ยงแพะ คนไม่รู้จักแพะแต่เลี้ยงแพะ มีเงินเท่าไรก็หมด คนรู้จักแพะเห็นแพะปกติร่าเริง พอเห็นมันหงอยต้องรู้แล้วว่าเป็นอะไร แล้วต้องแก้ไขได้ คนเลี้ยงแพะในสวนปาล์ม ต้องมีเนื้อที่สวนปาล์มมาก หากมีเนื้อที่จำกัดจะไม่ดีเพราะแพะต้องกินหญ้าหลากหลายชนิด คนที่คิดจะเลี้ยงแพะในสวนยางพารา ขอบอกว่า สวนยางพาราไม่เหมาะกับการเลี้ยงแพะ เพราะร่มเงามาก รสชาติของหญ้าในสวนยางพาราไม่ดีเพราะไม่ถูกแสงแดด การเลี้ยงแพะ ไม่จำเป็นต้องเลี้ยงมาก อย่าเน้นปริมาณ ให้เลี้ยงเอาคุณภาพ เลี้ยงแพะ 20 ตัว ที่มีคุณภาพจะได้เงินเท่ากับเลี้ยงแพะไม่มีคุณภาพ 500 ตัว หลัก 4 ประการในการเลี้ยงแพะคือ พันธุ์ดี อาหารดี อากาศดี การจัดการดี"

ของฝากสำหรับคนเลือกซื้อแพะทำพันธุ์

วิธีเลือกแพะตัวผู้

1. เลือกตัวผู้ที่มีอายุ 1-2 ปี คือไม่แก่ (อายุ 3 ปี ถือว่าเป็นแพะแก่)

2. ร่าเริง ดวงตาแจ่มใส ขนเป็นมันสวย กีบสวยไม่บิด ไม่มีเห็บเหา

3. อวัยวะเพศสมบูรณ์ อัณฑะใหญ่

4. คึกคัก คะนอง

5. นิสัยไม่ดุร้าย

วิธีเลือกแพะตัวเมีย

1. เต้านม 2 นม เต้าไม่อักเสบ

2. อวัยวะเพศใหญ่

3. อายุ 6-8 เดือน

4. โครงสร้างใหญ่



บรรณานุกรม

http://www.chalermthaigoat.com

http://www.thairath.co.th/thairath1/2549/farming/jan/30/farm1.php

http://www.tistr.or.th/

http://www.matichon.co.th/techno/techno.php?srctag=0518151144&srcday=2005/08/15&search=no

PD

CRUCIA